วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าควรรู้ มีการปรับเพิ่มสิทธิให้กับลูกจ้างหลายรายการ



สิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าควรรู้ มีการปรับเพิ่มสิทธิให้กับลูกจ้างหลายรายการ คราวนี้ลูกจ้างมีเฮ ดีใจกั นยกใหญ่ "ประกันสังคม" เพิ่มสิทธิประโยชน์หลายกรณี  มีผลบังคับใช้ 20 ต.ค.58 นี้เป็นต้นไป งาน part time รายได้เสริมคลิ๊กที่นี่



เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2558 มีรายงานว่า สำนักงานประกันสังคม ได้ขยายและเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ที่มีสิทธิ์ประกันสังคม เนื่องจากพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 22 มิ.ย.58 ที่ผ่านมา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายใน 120 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศ (20 ต.ค.58)  โดยได้เพิ่มและขยายขอบเขตการได้รับสิทธิ์ในผู้ประกันตนดังต่อไปนี้ 

กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย 
ปัจจุบัน : มีสิทธิ ได้รับเฉพาะค่าตรวจวินิจฉัยโรค ค่าบำบัดทางการแพทย์ ค่ากินอยู่ และรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล ค่ายา และค่าเวชภัณฑ์ ค่ารถพยาบาล หรือค่าพาหนะรับส่งผู้ป่วย 
ฉบับใหม่เพิ่ม : ค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและค่าใช้จ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้ แก่ผู้ประกันตน ในกรณีได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ 

กรณีคลอดบุตร 
ปัจจุบัน :  มีสิทธิได้รับไม่เกิน 2 ครั้ง เหมาจ่าย ครั้งละ 13,000 บาท + เงินสงเคราะห์การหยุดงาน 90 วัน 
ฉบับใหม่เพิ่ม : มีสิทธิได้รับไม่จำกัดจำนวนครั้ง กรณีสงเคราะห์บุตร ปัจจุบัน : ได้รับสำหรับบุตรอายุ 0 – 6 ปี คราวละ ไม่เกิน 2 คน เหมาจ่ายรายเดือน เดือนละ 400 บาท ต่อคน ฉบับใหม่เพิ่ม : มีสิทธิได้รับคราวละไม่เกิน 3 คน

 กรณีว่างงาน 
ปัจจุบัน :  ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเมื่อถูกเลิกจ้างหรือลาออก 
ฉบับใหม่เพิ่ม : ให้ความคุ้มครองสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานแก่ผู้ประกันตน กรณีนายจ้างหยุดกิจการชั่วคราวเนื่องจากเหตุสุดวิสัยโดยยังไม่มีการเลิกจ้าง เช่น กรณีสถานประกอบการถูกน้ำท่วม 

 ผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง หรือผู้ทุพพลภาพ 
ปัจจุบัน : ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน กรณีตาย 
ฉบับใหม่เพิ่ม : สิทธิประโยชน์กรณีตายแก่ผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง/ ผู้ทุพพลภาพ แม้ส่งเงินสมทบไม่ครบตามสิทธิ 

ผู้จงใจให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และตาย 
ปัจจุบัน : ไม่ได้รับความคุ้มครอง 
ฉบับใหม่เพิ่ม : สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนที่จงใจทำให้ตนเองบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และตาย หรือยินยอมให้ผู้อื่นก่อให้เกิดขึ้น 

กรณีทุพพลภาพ 
ปัจจุบัน : ผู้ประกันตนต้องสูญเสียสมรรถภาพของร่างกายร้อยละ 50 ถึงจะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ 
ฉบับใหม่เพิ่ม : ผู้ประกันตนซึ่งสูญเสียสมรรถภาพ ไม่ถึงร้อยละ 50 ของร่างกายมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ ผู้ทุพพลภาพอยู่ก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2538 ปัจจุบัน : ผู้ทุพพลภาพอยู่ก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2538 ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 15 ปี ฉบับใหม่ : ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ตลอดชีวิต 

กรณีตาย เงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย 
แก้ไข : ถ้าก่อนถึงแก่ความตาย ผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่สามสิบหกเดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบเดือน ให้จ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับร้อยละห้าสิบของค่าจ้าง รายเดือน ที่คำนวณได้ตามมาตรา 57 คูณด้วยสี่ ถ้าก่อนถึงแก่ความตายผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ หนึ่งร้อยยี่สิบเดือนขึ้นไปให้จ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับร้อยละห้า สิบของค่าจ้างรายเดือนที่คำนวณได้ตามมาตรา 57 คูณด้วยสิบสอง 

ปรับปรุงหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่ม 
ปัจจุบัน : ผู้ประกันตนที่ไม่มีทายาท (บิดา มารดา บุตร และคู่สมรส) ไม่สามารถทำหนังสือระบุบุคคลผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพไว้ล่วงหน้าได้ โดยเงินบำเหน็จชราภาพจะตกเป็นของกองทุน 
ฉบับใหม่ : ผู้ประกันตนสามารถทำหนังสือระบุบุคคลผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพไว้ล่วงหน้าได้  โดยมีสิทธิได้รับร่วมกับทายาท หากไม่มีทายาท หรือไม่มีบุคคลที่ทำหนังสือระบุจะให้สิทธิแก่ พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา  

ขยายระยะเวลาการยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทน 
ปัจจุบัน :  ระยะเวลาการยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนภายใน 1 ปี 
ฉบับใหม่ : จาก 1 ปี เป็น 2 ปี 

ความคุ้มครองลูกจ้างส่วนราชการ 
ปัจจุบัน :  คุ้มครองเฉพาะลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน 
ฉบับใหม่ : ขยายความคุ้มครองไปถึงลูกจ้างชั่วคราวทุกประเภทของส่วนราชการ 

 ความคุ้มครองลูกจ้างของนายจ้างที่มีสำนักงานในประเทศ และไปประจำทำงานในต่างประเทศ
 ปัจจุบัน : ไม่คุ้มครอง 
ฉบับใหม่ : ขยายความคุ้มครองให้กับลูกจ้างของนายจ้างที่มีสำนักงานในประเทศ และไปประจำทำงานในต่างประเทศ   ขอบคุณข้อมูล : เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม

อ่านต่อได้ที่: http://www.sobkorpor.com/news-id29136.html